จันทร์ – ศุกร์: 10:00-17:00 

02-676-3663

Smart ทัวร์ในประเทศ | สุโขทัย พิษณุโลก อินไซท์ เวิลด์ เฮอริเทรด 3 วัน 2 คืน

HILIGHT PROGRAM

  • ยี่ยมชม 2 มรดกโลก ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
  • นมัสการพระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก
  • ทุ่งทะเลหลวง เกาะกลางรูปหัวใจ บนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
  • ถ่ายรูปชิคๆ กับบัวยักษ์วิคตอเรีย ช้อปปิ้งชิล ๆ ณ ถนนคนเดิน

ราคาเริ่มต้นเพียง 8,990.-

กำหนดการเดินทาง

มกราคม – มีนาคม 2564

คอนเฟิร์มเดินทาง 6-9 ท่าน !!

05.30       คณะเดินทางพร้อมกันที่ ปั๊ม ปตท.วิภาวดี พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก

06.00       ออกเดินทางสู่ จังหวัดสุโขทัย ประเทศไทย โดย รถตู้ VIP 9 ที่นั่ง (พร้อมเสิร์ฟอาหารว่าง SNACK BOX)

11.30       คณะฯ เดินทางถึง จังหวัดสุโขทัย อาณาจักรเก่าแก่ร่วม 700 ปี เป็นราชธานีแห่งแรกของชาติไทย เมืองแห่งมรดกโลก

กลางวัน     บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย           นำท่านเดินทางเข้าสู่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัยศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัยซึ่งมีอำนาจ อยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตร ด้านทิศเหนือจดทิศใต้ยาว 2,000 เมตร ด้านทิศตะวันตกยาว 1,600 เมตร เป็นกำแพงพูนดิน 3 ชั้น โดยการขุดเอาดินขึ้นมาถมเป็นกำแพง และพื้นดินที่ขุดขึ้นยังเป็นคูน้ำไว้ใช้สอยและเป็นกำแพงน้ำขึ้นอีก 2 ชั้นกำแพง มีประตูเมือง 4 ประตู ด้านเหนือเรียกว่า “ประตูศาลหลวง” ด้านใต้เรียกว่า “ประตูนะโม” ด้านทิศตะวันออกเรียกว่า “ประตูกำแพงหัก” ด้านทิศตะวันตกเรียกว่า “ประตูอ้อ” ภายนอกกำแพงเมืองในรัศมี 5 กม. มีโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง สร้างขึ้นไว้ในพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวังและวัดอีก 26 แห่ง วัดที่ใหญ่ที่สุดคือ วัดมหาธาตุ  อุทยานแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากรด้วยความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก มีผู้เยี่ยมชมหลายพันคนต่อปี ซึ่งสามารถเดินเท้าหรือขี่จักรยานเที่ยวชมได้ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกแหล่งมรดกโลก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์ที่กำแพงเพชรและศรีสัชนาลัยภายใต้ชื่อว่า  “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร”

                 นำท่านเดินทางสู่ วัดศรีชุม วัดเก่าแก่ในสมัยกรุงสุโขทัยที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพระพูดได้ “พระอจนะ ที่แปลว่า ผู้ไม่หวั่นไหว” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ องค์ที่เห็นในปัจจุบันมีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ราว พ.ศ. 2496 – 2499 ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั้งอยู่ห่างจากวัดพระพายหลวงไปทางทิศตะวันตกประมาณ 800 เมตร อยู่นอกกำแพงเมืองเก่าสุโขทัยทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คำว่า “ศรี” มาจากคำพื้นเมืองของไทยคำว่า “สะหลี” หมายถึง “ต้นโพธิ์” เมื่อมารวมกันเป็น “ศรีชุม” จึงหมายถึง “ดงต้นโพธิ์” นั่นเอง เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็คือวิหารเก่าแก่ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจี เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป ไม่มีหลังคา เพราะพังทลายลงมาหมด มีการสันนิษฐานว่าหลังคานั้นมีลักษณะเป็นรูปโค้งคล้ายโดม เมื่อไม่มีหลังคาจึงเหลือแค่เพียงผนังสี่ด้าน มีการก่ออิฐถือปูนอย่างแข็งแรงมั่นคง ไม่มีหน้าต่าง

เย็น             บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

                   นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ SRIWILAI SUKHOTHAI RESORT & SPA หรือเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางสู่ ทุ่งทะเลหลวง เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวชมธรรมชาติของจังหวัด และเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรัตนสิริสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปสัมริด ปางมารวิชัย มีลักษณะงดงาม ว่ากันว่าสร้างในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย มีอายุเก่าแก่มากกว่า 700 ปีที่นี่เกิดขึ้นมาจากแนวคิดของโครงการแก้มลิงนั่นเอง เพื่อที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง เป็นที่เอาไว้สำหรับเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้งโดยออกแบบให้เป็นดินแดนรูปหัวใจ ถ้ามองจากมุมสูงด้านบนจะเห็นว่ามีเกาะกลาง ทุ่งทะเลหลวง ที่ถูกสร้างเป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่ เรียกกันว่า แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ เพราะเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความปรองดองของชาวเมืองสุโขทัย เลยเลือกสัญลักษณ์แห่งความรักนี้ขึ้นมา

                นำท่านชม โครงการเกษตรอินทรีย์ เกิดจากเจตนารมณ์ที่จะสร้างประโยชน์แก่สังคม จึงมีไอเดียที่จะพลิกฟื้นผืนดินบางส่วนรอบสนามบินสุโขทัยให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นเหมือนอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนให้ระบบเกษตรอินทรีย์แพร่หลายยิ่งขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย

กลางวัน      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย            นำท่านเดินทางเข้าสู่ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ปรากฏชื่อควบคู่ไปกับเมืองสุโขทัยที่เป็นราชธานี สันนิษฐานว่าเมืองศรีสัชนาลัยมีความสำคัญในฐานะแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกในสมัยสุโขทัยต่อเนื่องถึงสมัยอยุธยา หลักฐานจากแหล่งเรือจมในอ่าวไทย พบเครื่องสังคโลกจากเมืองศรีสัชนาลัย เป็นหลักฐานยืนยันถึงความสำคัญของเครื่องถ้วยประเภทนี้ในการค้าระหว่างสุโขทัยและภูมิภาคโพ้นทะเลเมื่อครั้งอดีต เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองที่ปกครองโดยเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงในสมัยสุโขทัย ก่อนจะถูกยึดครองโดยรัฐต่างๆ ที่เข้มแข็งกว่าในเวลาต่อมา เช่น ล้านนา เรียกเมืองนี้ว่า เชียงชื่น และกรุงศรีอยุธยาเรียกเมืองนี้ว่า สวรรคโลก แต่หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่1 ในพ.ศ.2112 อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสังคโลกที่เมืองศรีสัชนาลัยได้หมดความสำคัญลง ส่งผลให้ฐานะของเมืองศรีสัชนาลัยลดลงเป็นเพียงหัวเมืองชั้นโท ภายในเมืองศรีสัชนาลัย พบโบราณสถานราว 278 แห่ง อาทิ วัดนางพญา วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดมหาธาตุ เป็นต้น

                   จากนั้นนำท่านสู่ ถนนคนเดินศรีสัชนาลัย แหล่งช้อปปิ้งเดินเล่น ยามค่ำคืนที่ยอดนิยมของคนสุโขทัย ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดและราคาไม่แพงมาก มีทั้งของกิน เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของใช้ มากมายอยู่สองข้างทาง

เย็น             บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

                   นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ SRIWILAI SUKHOTHAI RESORT & SPA หรือเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเดินทางสู่ จังหวัดพิษณุโลก นำท่านนมัสการ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ หรือวัดพระศรี เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่งดงามยิ่ง ถือได้ว่าเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเมืองพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อปีพ.ศ.1900 พระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารคือ พระพุทธชินราช ชาวเมืองพิษณุโลกก็นิยมเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 7 ศอก ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศ เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง พระหัตถ์มีปลายนิ้วทั้งสี่เสมอกัน วัดใหญ่นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลก เพราะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองและชาวไทยทั้งประเทศ

               นำท่านเข้าสู่ วัดนางพญา เป็นวัดที่ไม่มีพระอุโบสถมีแต่วิหาร วัดนี้มีชื่อเสียงในด้านพระเครื่องเรียกว่า พระนางพญา ซึ่งเล่าลือกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ สันนิษฐานว่าผู้สร้างพระนางพญาคือ พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระ มเหสีของพระมหาธรรมราชา และทรงเป็นพระราชมารดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงสร้างพระนางพญาขึ้นในคราวบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะราวปีพ.ศ. 2090 – 2100 ขณะนั้นพิษณุโลกเป็นเมืองลูกหลวง และพระองค์ดำรงพระอิสริยยศเป็นแม่เมืองสองแคว และพระมหาธรรมราชาทรงพระอิสริยยศที่พระอุปราช แห่งแผ่นดินพระมหาจักรพรรดิกรุงศรีอยุธยา พื้นที่ติดกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) โดยมีถนนจ่าการบุญคั่นกลาง นอกจากนั้นอยู่ติดกับวัดราชบูรณะ แต่ปัจจุบันถนนสายมิตรภาพตัดผ่าน ทำให้วัดนางพญากับวัดราชบูรณะตั้งอยู่คนละฝั่งถนน ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2479 เฉพาะวิหาร ปัจจุบันเป็นอุโบสถและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบ 2 องค์

กลางวัน     บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

                นำท่านอิสระในการชมธรรมชาติ ณ สวนบัวอมรรัตน์ แหล่งปลูกบัวกระด้งยักษ์ขนาดใหญ่ บัวยักษ์ชนิดนี้ คือ บัวพันธุ์วิคตอเรีย มีขนาดใบกว้างกว่า 2 เมตร เป็นใบเรียบมีขอบข้าง ลักษณะคล้ายกระด้ง หรือจะเรียกง่ายๆ ตามลักษณะว่า บัวกระด้ง ก็ได้ ถึงแม้ต้นกำเนิดจะไม่ได้อยู่ที่ไทย แต่สามารถปลูกได้ และเป็นบัวประดับบึงที่สวยงามชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาพันธุ์บัวชนิดอื่นๆ ที่น่าสนใจของพิษณุโลกอีกด้วย เช่น บัวสาย บัวหลวง เป็นตัน สวนบัวอมรรัตน์ เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมและลงไปยืนบนใบบัวเพื่อถ่ายรูปเก็บภาพเป็นที่ระลึก (รวมค่าเข้าชมสวน แต่ราคานี้ไม่รวมค่ายืนถ่ายรูปบนใบบัว ท่านละ 100 บาท / **หมายเหตุ แต่ละวันใบบัวที่สามารถไปยืนถ่ายได้จะจำกัดน้ำหนักตัวของผู้ที่จะขึ้นไป ทั้งนี้กรุณาเช็คกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย)

บ่าย           ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ

เย็น            บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

20.00        คณะฯ เดินทางกลับถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

[user_registration_form id="22036"]